ประวัติและตราสัญญาลักษณ์

topic_picture_16_16

 

 

ประวัติความเป็นมา

 องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ

 
     จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดในประเทศไทยจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ.. 2554อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่23 มีนาคม2554 เป็นต้นไปโดยแยกอำเภอบึงกาฬอำเภอเซกาอำเภอโซ่พิสัยอำเภอบุ่งคล้าอำเภอบึงโขงหลงอำเภอปากคาดอำเภอพรเจริญและอำเภอศรีวิไลออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย
การจัดตั้ง
     ในปี.. 2537 นายสุเมธพรมพันห่าวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคายพรรคเสรีธรรมได้เสนอให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นโดยกำหนดจะแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬอำเภอปากคาดอำเภอโซ่พิสัยอำเภอพรเจริญอำเภอเซกาอำเภอบึงโขงหลงอำเภอศรีวิไลและอำเภอบุ่งคล้าออกจากจังหวัดหนองคายรวมเป็นท้องที่ทั้งหมด4,305 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรประมาณ390,000 คนอย่างไรก็ดีกระทรวงมหาดไทยแจ้ง ผลการพิจารณาว่ายังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัดเพราะการ จัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณอีกทั้งยังเป็นการเพิ่ม กำลังคนภาครัฐซึ่งจะขัดกับมติคณะรัฐมนตรีพ.ศ. 2547และพ.ศ.2549 นายสงกรานต์คำพิไสย์ว่าที่ร.ต. พงษ์ พันธ์สุนทรชัยนายเอกธนัชอินทร์รอดนายประสิทธิ์จันทาทองนายเทวฤทธิ์นิกรเทศ และนายนิพนธ์คนขยันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคายพรรคไทยรักไทยพร้อม ด้วยส.ส. พรรคไทยรักไทยจำนวน20 คนร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติจังหวัดบึงกาฬพ.ศ……. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบของหัวหน้าพรรคแต่เนื่องจากเป็นพ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับการเงินต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีระหว่างรอดำเนินการมีการยุบสภาร่างพ.ร.บ.จึงตกไปพ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทยได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อยก”ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬพ.ศ. …” ผลการสำรวจความเห็นของประชาชนจังหวัดบึงกาฬในคราวเดียวกันปรากฏว่าร้อยละ98.83 เห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬต่อมาวันที่3 สิงหาคมพ.ศ. 2553 คณะ รัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬโดยให้เหตุผลว่าเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ในเรื่องอำเภอจำนวนประชากรและลักษณะพิเศษของจังหวัดอีกทั้งยังเป็น ผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชนจังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามแม่น้ำโขงจึงมีผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดอำนาจเจริญที่เคยตั้งขึ้นใหม่ก็มีเนื้อที่น้อยกว่า         หลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน,จังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ไม่ให้บริการสาธารณะซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรจำนวน439 อัตราสามารถกระจายกันในส่วนราชการได้ไม่มีผลกระทบมากนักต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ”ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬพ.ศ. …” เมื่อวันที่7 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2554นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีได้นำร่างพ.ร.บ. ทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่11 มีนาคม2554 นำประกาศเป็น”พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ.. 2554ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่22 มีนาคม2554 และใช้บังคับในวันรุ่งขึ้นเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติมีว่า”…เนื่อง จากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีท้องที่ติดชายแดนและมีลักษณะภูมิประเทศ เป็นแนวยาวทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความ ยากลำบากและใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเกินควรดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการจัด ระเบียบการปกครองการรักษาความมั่นคงและการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนใน ท้องที่สมควรแยกอำเภอบึงกาฬอำเภอเซกาอำเภอโซ่พิสัยอำเภอบุ่งคล้าอำเภอบึงโขง หลงอำเภอปากคาดอำเภอพรเจริญและอำเภอศรีวิไลจังหวัดบึงกาฬออกจากการปกครองของ จังหวัดหนองคายรวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ นี้” นอกจากมาตรา3ของพระราชบัญญัติดังกล่าวที่ให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬโดยมีองค์ประกอบเป็นอำเภอทั้งแปดข้างต้นแล้วมาตรา4 ยังให้เปลี่ยนชื่อ”อำเภอบึงกาฬ” เป็น”อำเภอเมืองบึงกาฬ” ด้วย

ใส่ความเห็น